Home / ผักหวานป่า | Opiliaceae

ผักหวานป่า | Opiliaceae

ผักหวานป่า : สุดยอดผักของไทยและเอเชียอาคเนย์

ผักหวานป่า : ช้างเผือกจากพงไพร

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Melientha suavis Pierre.

วงศ์ : Opiliaceae

 

ผักหวานป่า : ช้างเผือกจากพงไพร
      ผักหวานป่า มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า  Melientha suavis Pierre. อยู่ในวงศ์ Opiliaceae ผักหวานป่าเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูง ๔-๑๑ เมตร เนื้อไม้แข็ง ผิวเปลือกเรียบ กิ่งอ่อนผิวสีเขียวเข้มเมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีเทาอมน้ำตาลอ่อน เป็นพืชผลัดใบตามฤดูกาล จึงสะสมอาหารไว้ที่รากและลำต้นได้มากกว่าต้นไม้ทั่วไปใบของผักหวานป่าเป็นใบเดี่ยวรูปรียาวหรือรูปไข่ กว้าง ๒.๕-๕ เซนติเมตร ยาว ๖-๑๒ เซนติเมตร ปลายใบมนหรือแหลม ฐานใบสอบเรียว ก้านใบยาว ๑-๒ มิลลิเมตร ใบอ่อนสีเขียวอ่อน ใบแก่สีเขียวเข้ม ดอกเป็นช่อยาว ออกจากกิ่งหรือซอกใบ ก้านช่อดอกยาว ๑๕-๒๐ เซนติเมตร มีใบประดับรูปไข่ปลายแหลม ดอกแยกเพศอยู่บนก้านดอกเดียวกันดอกตัวผู้มีกลีบสีเขียวอ่อน เกสรสีเหลือง ดอกตัวเมียมีกลีบดอกสีเขียวเข้ม ก้านดอกสั้นกว่าดอกตัวผู้ ออกดอกระหว่างเดือนธันวาคมถึงมีนาคม ผลผักหวานป่ามีผลเดี่ยวอยู่บนช่อยาว (ช่อดอกเดิม) ผลรูปไข่ ขนาดกว้าง ๑.๕-๑.๗ เซนติเมตร ยาว ๒.๓-๓ เซนติเมตร ผลอ่อน  สีเขียว ผลแก่เป็นสีเหลืองส้มหรือแดง ก้านผลยาว ๓-๕ มิลลิเมตร

      ถิ่นกำเนิดดั้งเดิมของผักหวานป่าอยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อยู่ตามป่าเบญจพรรณในที่ราบ หรือเชิงเขาสูงไม่เกิน ๖๐๐ เมตรจากระดับน้ำทะเล ปกติชอบขึ้นอยู่บนดินร่วนปนทราย ผักหวานที่กินกันในอดีตจนถึงปัจจุบันนี้ ส่วนใหญ่เก็บมาจากป่าหรือที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ จึงเรียกกันทั่วไปว่า ผักหวานป่า บางครั้งเรียกว่า ผักหวาน มีแปลกไปเฉพาะที่สุรินทร์ซึ่งเรียกว่าผักวานสันนิษฐานว่าคงเรียกเพื้ยนไปจากผักหวาน

ผักหวานป่าในฐานะผัก
      คนไทยใช้ยอดอ่อน ใบอ่อน และผลอ่อนของผักหวานป่ามากินเป็นผัก โดยอาจนำมาลวกให้สุกเป็นผักจิ้มหรือเครื่องเคียง นำไปผัดน้ำมันหรือประกอบกับแกงชนิดต่างๆ เช่น แกงเลียง แกงส้ม แกงคั่ว ฯลฯ เป็นต้น สำหรับคนไทยทั่วไปนั้น อาหารที่ปรุงจากผักหวานป่านับเป็นอาหารพิเศษที่นานๆจะได้กินสักครั้ง เพราะเป็นผักธรรมชาติที่มีตามฤดูกาลและมีปริมาณน้อย ราคาก็แพงมากเมื่อเทียบกับผักชนิดอื่นๆ ซึ่งคล้ายกับเห็ดยอดนิยมของคนไทยที่ชื่อ เห็ดโคน หรือเห็ดปลวกของคนอีสาน เพราะเห็ดโคนมีเฉพาะในธรรมชาติ ยังไม่สามารถเพาะเลี้ยงได้ จึงมีเป็นฤดูกาล ปริมาณน้อย ราคา จึงแพงมากเมื่อเทียบกับเห็ดชนิดอื่นๆ ปัจจุบันมีวิธีถนอมเห็ดโคนเอาไว้กินนอกฤดู เช่น การบรรจุขวด หรือกระป๋องที่ยังคงรสชาติเอาไว้ได้มาก แต่ผักหวานยังไม่มีการถนอมเอาไว้กินนอกฤดูที่เหมาะสมและได้รับความนิยม จึงทำให้ผักหวานคงเป็นอาหารพิเศษที่มีราคาสูงไปอีกนาน

ประโยชน์ด้านอื่นๆของผักหวานป่าผักหวานป่ามีคุณสมบัติด้านสมุนไพรในการรักษาโรคที่แพทย์แผนไทยใช้มาตั้งแต่อดีตเช่นเดียวกับพืชชนิดอื่นๆ เช่น
         ใบและราก : รักษาแผล ปวดในข้อ ปวดหัว ปวดท้อง
         ราก : เป็นยาเย็น แก้ร้อนในกระหายน้ำ สงบพิษไข้ แก้ดีพิการ

ดาวน์โหลดเอกสาร :